@lopezgt72: #elyrecinos #tvaztecaméxico #descuido

lopezgt7
lopezgt7
Open In TikTok:
Region: GT
Tuesday 25 November 2025 13:05:09 GMT
220
11
1
0

Music

Download

Comments

gennady_cisneros
Gennady_Cisneros :
🥰
2025-11-26 17:55:53
0
To see more videos from user @lopezgt72, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

ธรรมเนียม “การทรงกรม” ตามยุคสมัย “อิสริยยศ” คือพระยศที่ได้รับพระราชทานจากพระเจ้าอยู่หัว แบ่งออกเป็น ๒ รูปแบบคือการเลื่อนพระยศ เช่น เลื่อนพระยศจากชั้นพระองค์เจ้าเป็นเจ้าฟ้า และการ “ทรงกรม” ซึ่งการทรงกรมนี้ปรากฏมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา การทรงกรมเป็นพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แก่เชื้อพระวงศ์เพื่อเป็นพระเกียรติยศเนื่องจากได้ช่วยเหลืองานราชการแผ่นดิน “การทรงกรม” ของเจ้านายปรากฏครั้งแรกในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา คือ การตั้งกรมขึ้นใหม่ต่างพระเนตรพระกรรณตามพระนามทรงกรมของเจ้านายพระองค์นั้น มีขุนนางเป็นเจ้ากรมตามอิสริยยศนั้น เช่น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าฉัตร กรมหมื่นสุรินทรรักษ์ เจ้ากรมของท่านคือ หมื่นสุรินทรรักษ์ เป็นต้น มีปลัดกรม สมุห์บัญชี และไพร่พลในสังกัดกรม การทรงกรมเป็นพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แก่เชื้อพระวงศ์เพื่อเป็นพระเกียรติยศเนื่องจากได้ช่วยเหลืองานราชการแผ่นดิน “การทรงกรม” แบ่งเป็น ๕ ชั้น ดังนี้ ๑. ”กรมพระยา”(อ่านว่า กฺรม-พระ-ยา) หรือ “กรมสมเด็จพระ” (อ่านว่า กฺรม-สม-เด็ด-พระ) สำหรับพระราชทานพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง ๒. “กรมพระ”(อ่านว่า กฺรม-มะ-พระ) สำหรับพระราชทานวังหน้า วังหลัง สมเด็จพระเจ้าพี่ยา/น้องยา/พี่นาง/น้องนางเธอ ๓. “กรมหลวง”(อ่านว่า กฺรม-มะ-หลวง) สำหรับพระราชทานเจ้าฟ้าชั้นใหญ่ ๔. “กรมขุน”(อ่านว่า กฺรม-มะ-ขุน) สำหรับพระราชทานเจ้าฟ้าชั้นเล็ก ๕. “กรมหมื่น”(อ่านว่า กฺรม-มะ-หมื่น) สำหรับพระราชทานพระองค์เจ้า ภายหลังจากที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ทรงเลิกทาส ทำให้การทรงกรมของเจ้านายเป็นเพียงการเฉลิมพระเกียรติยศเจ้านายพระองค์นั้นให้สูงขึ้น ไม่มีการตั้งกรมขึ้นใหม่แต่อย่างใด และพระองค์มีพระราชนิยมจากการเฉลิมพระยศในต่างประเทศ โดยการนำชื่อเมืองมาต่อท้ายพระนาม เช่น Prince of Wales ของสหราชอาณาจักร จึงมีพระบรมราชวินิจฉัยนำชื่อเมืองในสยามมาทรงกรมให้เจ้านาย เช่น กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน และกรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เป็นต้น “การทรงกรม” โดยใช้ธรรมเนียมนำชื่อเมืองมาต่อท้ายพระนาม แบบนี้เรื่อยมาจนถึงจนถึงล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ พอมาถึงแผ่นดินรัชกาลปัจจุบัน การสถาปนา “การทรงกรม” แก่พระบรมวงศ์ เป็นการหวนคืนไปใช้พระราชธรรมเนียมแบบเดิม คือ พระเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้ใช้การเฉลิมพระยศ “การทรงกรม” แบบเดิมแทนที่นำชื่อเมืองมาต่อท้ายพระนาม แบบรัชกาลที่ ๕ ซึ่งพระองค์สุดท้ายที่มีการทรงกรมแบบหลังนี้ คือ “สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” เจ้านายที่ได้รับการสถาปนาพระยศ “การทรงกรม” ในรัชกาลปัจจุบัน ดังนี้ ๑. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี “กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี” ๒. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี “กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ” ๓. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี “กรมหมื่นสุทธนารีนาถ” ๔.
ธรรมเนียม “การทรงกรม” ตามยุคสมัย “อิสริยยศ” คือพระยศที่ได้รับพระราชทานจากพระเจ้าอยู่หัว แบ่งออกเป็น ๒ รูปแบบคือการเลื่อนพระยศ เช่น เลื่อนพระยศจากชั้นพระองค์เจ้าเป็นเจ้าฟ้า และการ “ทรงกรม” ซึ่งการทรงกรมนี้ปรากฏมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา การทรงกรมเป็นพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แก่เชื้อพระวงศ์เพื่อเป็นพระเกียรติยศเนื่องจากได้ช่วยเหลืองานราชการแผ่นดิน “การทรงกรม” ของเจ้านายปรากฏครั้งแรกในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา คือ การตั้งกรมขึ้นใหม่ต่างพระเนตรพระกรรณตามพระนามทรงกรมของเจ้านายพระองค์นั้น มีขุนนางเป็นเจ้ากรมตามอิสริยยศนั้น เช่น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าฉัตร กรมหมื่นสุรินทรรักษ์ เจ้ากรมของท่านคือ หมื่นสุรินทรรักษ์ เป็นต้น มีปลัดกรม สมุห์บัญชี และไพร่พลในสังกัดกรม การทรงกรมเป็นพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แก่เชื้อพระวงศ์เพื่อเป็นพระเกียรติยศเนื่องจากได้ช่วยเหลืองานราชการแผ่นดิน “การทรงกรม” แบ่งเป็น ๕ ชั้น ดังนี้ ๑. ”กรมพระยา”(อ่านว่า กฺรม-พระ-ยา) หรือ “กรมสมเด็จพระ” (อ่านว่า กฺรม-สม-เด็ด-พระ) สำหรับพระราชทานพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง ๒. “กรมพระ”(อ่านว่า กฺรม-มะ-พระ) สำหรับพระราชทานวังหน้า วังหลัง สมเด็จพระเจ้าพี่ยา/น้องยา/พี่นาง/น้องนางเธอ ๓. “กรมหลวง”(อ่านว่า กฺรม-มะ-หลวง) สำหรับพระราชทานเจ้าฟ้าชั้นใหญ่ ๔. “กรมขุน”(อ่านว่า กฺรม-มะ-ขุน) สำหรับพระราชทานเจ้าฟ้าชั้นเล็ก ๕. “กรมหมื่น”(อ่านว่า กฺรม-มะ-หมื่น) สำหรับพระราชทานพระองค์เจ้า ภายหลังจากที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ทรงเลิกทาส ทำให้การทรงกรมของเจ้านายเป็นเพียงการเฉลิมพระเกียรติยศเจ้านายพระองค์นั้นให้สูงขึ้น ไม่มีการตั้งกรมขึ้นใหม่แต่อย่างใด และพระองค์มีพระราชนิยมจากการเฉลิมพระยศในต่างประเทศ โดยการนำชื่อเมืองมาต่อท้ายพระนาม เช่น Prince of Wales ของสหราชอาณาจักร จึงมีพระบรมราชวินิจฉัยนำชื่อเมืองในสยามมาทรงกรมให้เจ้านาย เช่น กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน และกรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เป็นต้น “การทรงกรม” โดยใช้ธรรมเนียมนำชื่อเมืองมาต่อท้ายพระนาม แบบนี้เรื่อยมาจนถึงจนถึงล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ พอมาถึงแผ่นดินรัชกาลปัจจุบัน การสถาปนา “การทรงกรม” แก่พระบรมวงศ์ เป็นการหวนคืนไปใช้พระราชธรรมเนียมแบบเดิม คือ พระเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้ใช้การเฉลิมพระยศ “การทรงกรม” แบบเดิมแทนที่นำชื่อเมืองมาต่อท้ายพระนาม แบบรัชกาลที่ ๕ ซึ่งพระองค์สุดท้ายที่มีการทรงกรมแบบหลังนี้ คือ “สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” เจ้านายที่ได้รับการสถาปนาพระยศ “การทรงกรม” ในรัชกาลปัจจุบัน ดังนี้ ๑. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี “กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี” ๒. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี “กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ” ๓. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี “กรมหมื่นสุทธนารีนาถ” ๔."สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา" ๕."สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี" รวมถึงการกลับมาใช้ “กรมสมเด็จพระ” ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดเหนือพระบรมวงศ์ทั้งปวง ที่มีการเริ่มใช้ครั้งแรกในช่วงรัชกาลที่ ๓ จนกระทั่งเลิกใช้ไปในช่วงรัชกาลที่ ๖ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศเป็น “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า” โดยยังทรงพระอิสริยยศ “กรมสมเด็จพระ” และ “สยามบรมราชกุมารี” ตามที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระบรมชนกนาถ “ฝ่ายหน้า” หมายถึง เจ้านายพระองค์นั้นเป็นผู้ชาย “ฝ่ายใน” หมายถึง เจ้านายพระองค์นั้นเป็นผู้หญิง

About